วัคซีนไข้หวัดใหญ่ จำเป็นต้องฉีดทุกปีหรือไม่?

ไข้หวัดใหญ่เป็นโรคของระบบทางเดินหายใจเฉียบพลัน ซึ่งมีสาเหตุจากการติดเชื้อไวรัสอินฟลูเอ็นซ่า(Influenza) ผู้ป่วยจะมีอาการไข้สูง หนาวสั่น ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อและข้อ ปวดศีรษะ ไอ เจ็บคอ มีน้ำมูก
เบื่ออาหาร ท้องเสีย ถ่ายเหลว ปวดท้อง โดยจะมีอาการรุนแรงกว่าไข้หวัดธรรมดามากและมีอาการนานกว่า เกิดภาวะแทรกซ้อนรุนแรงได้ เช่น ปอดบวม และอาจรุนแรงถึงขั้นเสียชีวิตได้

ประชากรกลุ่มเสี่ยงที่อาจเกิดภาวะแทรกซ้อนรุนแรง ได้แก่
– เด็กอายุต่ำกว่า 5 ปี
– ผู้สูงอายุ
– หญิงตั้งครรภ์
– ผู้ป่วยที่มีโรคประจำตัวโรคหัวใจ ปอด ไต ตับ เลือด เบาหวาน หรือระบบภูมิคุ้มกันบกพร่อง

เชื้อไวรัสไข้หวัดใหญ่ทั้งสายพันธุ์ A และ B จะมีการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา จึงเป็นเหตุให้มีการแพร่ระบาดทุกปี ในประเทศไทยมักระบาดในหน้าฝน เดือนมิถุนายน-ตุลาคม ของทุกปี แต่พบได้ประปรายตลอดทั้งปี และไม่ว่าใครก็สามารถติดเชื้อไข้หวัดใหญ่ได้

ทุกปีองค์การอนามัยโลก (WHO) จะเก็บข้อมูลการระบาดของไวรัสไข้หวัดใหญ่จากทั่วโลกและประกาศว่าปีถัดไปคาดการณ์ว่าสายพันธุ์ใดจะระบาด โดยจะประกาศปีละ 2 ครั้ง คือเดือนกันยายนจะประกาศสายพันธุ์ที่คาดว่าจะระบาดในซีกโลกใต้ และเดือนกุมภาพันธ์ จะประกาศสายพันธุ์ที่คาดว่าจะระบาดในซีกโลกเหนือ เพื่อให้บริษัทผู้ผลิตวัคซีนไปผลิตวัคซีนสำหรับซีกโลกใต้และเหนือดังกล่าว ตามปกติบริษัทผู้ผลิตจะใช้เวลาในการผลิตวัคซีนประมาณ 6 เดือน เป็นเหตุให้วัคซีนสายพันธุ์ใหม่ประจำปีสำหรับซีกโลกใต้จะมีจำหน่ายในเดือน เมษายน และซีกโลกเหนือมีจำหน่ายในเดือนสิงหาคมของทุกปี เช่น ปี 2561 วัคซีนสายพันธุ์ซีกโลกใต้จะออกใหม่ เมษายน 2561 และวัคซีนสายพันธุ์ซีกโลกเหนือจะออกใหม่ สิงหาคม 2561

สำหรับประเทศไทยตั้งอยู่ในเขตเส้นศูนย์สูตร บางปีเชื้อไวรัสที่ระบาดคล้ายประเทศในซีกโลกเหนือ บางปีคล้ายประเทศในซีกโลกใต้ แต่เนื่องจากประเทศไทยมักระบาดสูงสุดในเดือนมิถุนายน ถึงเดือนตุลาคม ซึ่งเป็นช่วงเปิดเทอม โดยทั่วไปคุณหมอจึงแนะนำให้รับวัคซีนสายพันธุ์ใหม่ของซีกโลกใต้ในเดือนเมษายน เป็นต้นไปของทุกปีซึ่งตรงกับช่วงปิดเทอมใหญ่พอดี ซึงจะทำให้สามารถจำได้ง่าย จึงทำให้การพาลูกหลานในวัยเรียนมารับวัคซีนสะดวกยิ่งขึ้น และเป็นการเตรียมพร้อมเสริมสร้างภูมิคุ้มกันก่อนเปิดเทอม

แต่อย่างไรก็ตามดังที่กล่าวไปว่าประเทศไทยอยู่ในเขตเส้นศูนย์สูตร บางปีสายพันธุ์ที่ระบาดเหมือนประเทศในซีกโลกเหนือ และมีการระบาดได้ประปรายตลอดทั้งปีโดยเฉพาะช่วงปลายปี ในปีที่มีอากาศหนาวเย็นยาวนาน เพราะฉะนั้นการได้รับวัคซีนสายพันธุ์ใหม่ของซีกโลกเหนือ ตั้งแต่เดือนสิงหาคม เป็นต้นไปก็ได้ประโยชน์เช่นเดียวกัน

แล้วถ้าปลายปีที่แล้วฉีดสายพันธุ์ใหม่ของซีกโลกเหนือไปแล้ว ปีนี้อยากฉีดอีกของสายพันธุ์ซีกโลกใต้อีกได้มั้ย?

ตามปกติภูมิคุ้มกันต่อวัคซีนจะขึ้นสูงสุดในช่วง6เดือน และค่อยๆลดลงใน 1 ปี เพราะฉะนั้นจึงไม่จำเป็นต้องฉีดซ้ำภายใน 6 เดือนเพราะมีภูมิคุ้มกันที่ขึ้นสูงพอที่จะป้องกันข้ามสายพันธุ์ได้แม้จะได้รับเชื้อที่ไม่ตรงกับสายพันธุ์ในวัคซีน แต่หากมีการระบาดของโรคมากและมีความต้องการได้รับวัคซีนซ้ำแนะนำให้ห่างจากเข็มที่ฉีดไปล่าสุด 6 เดือนขึ้นไป

การรับวัคซีนไข้หวัดใหญ่ทุกปีมีประโยชน์อย่างไรอีกบ้าง?

ดังข้อมูลข้างต้นที่ว่า ภูมิคุ้มกันต่อวัคซีนจะค่อยๆลดลงใน 1 ปี คุณหมอจึงแนะนำให้ได้รับวัคซีนซ้ำทุกปี นอกจากนี้การได้รับวัคซีนกระตุ้นซ้ำทุกๆปีจะได้ภูมิคุ้มกันที่สูงขึ้นเรื่อยๆจนสามารถป้องกันโรคได้ดีขึ้นและป้องกันข้ามสายพันธุ์ได้

เริ่มฉีดวัคซีนได้ตั้งแต่อายุเท่าไหร่?

วัคซีนไข้หวัดใหญ่เริ่มฉีดได้ตั้งแต่อายุ 6 เดือนขึ้นไป โดยเฉพาะประชากรกลุ่มเสี่ยงควรฉีดวัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่เป็นประจำทุกปี