ใครบ้าง...ที่ควรตรวจ “เบาหวาน”

ใครบ้างที่ควรตรวจคัดกรองเบาหวาน

“ใครเป็นกลุ่มเสี่ยงของเบาหวาน”
“กลัวเป็นเบาหวาน ไปตรวจเมื่อไหร่ดี”
“ตรวจเลือดแล้ว ยังไม่เป็นเบาหวาน ควรไปตรวจบ่อยแค่ไหน”

สมาคมเบาหวานแห่งอเมริกา (American Diabetes Association) ซึ่งเป็นหน่วยงานที่ได้ ออก “แนวทางการปฏิบัติทางคลินิก (Clinical Practice Guideline)” สำหรับเป็นมาตรฐานการดูแล รักษาเบาหวานทุกปี และนิยมอ้างอิงกันทั่วโลก ได้กำหนดการคัดกรองเบาหวาน (2018) ไว้คือ

เกณฑ์การตรวจคัดกรองเบาหวาน หรือภาวะก่อนเบาหวาน ในผู้ใหญ่

1. ผู้ที่มีน้ำหนักเกิน (Overweight) โดยคิดจากดัชนีมวลกาย (Body Mass Index – BMI) ที่มากกว่า
25 กก./ตร.ม. ในคนอเมริกัน (หรือในยุโรป) และมากกว่า 23 กก./ตร.ม. ในคนเอเซียที่มีปัจจัยต่อไปนี้ร่วมด้วย

– การไม่ออกกำลังกาย

– ประวัติเบาหวานในครอบครัว เช่น พ่อ แม่ หรือพี่ น้อง เป็นเบาหวาน

– ความดันโลหิตมากกว่า 140/90 มม. ปรอท หรือมีประวัติรักษาความดันโลหิตสูงอยู่แล้ว

– ระดับไขมันผิดปกติ (Dyslipidemia) คือไขมันเอชดีแอล (HDL คือไขมันที่ดี) <35 มก./ดล. และ/หรือ ไขมันไตรกลีเซอไรด์ (Triglyceride) >250 มก./ดล.

– ผู้ที่มีประวัติเป็นโรคหัวใจ (Cardiovascular Disease)

– ผู้หญิงที่อยู่ในกลุ่มอาการถุงน้ำรังไข่หลายใบ (Polycystic Ovary Syndrome)

– ลักษณะทางคลินิกที่เกิดร่วมกับ “ภาวะดื้อต่ออินซูลิน” (Insulin Resistance) ที่พบได้คืออ้วนมาก (Severe Obesity) และภาวะ Acanthosis Nigricans (เป็นรอยดำ หนา ขรุขระ บริเวณคอ บางคนเรียกผิวหนังช้าง พบได้บริเวณคอ รักแร้ ขาหนีบ โดยเฉพาะในคนที่อ้วนมาก)

– เชื้อชาติที่มีความเสี่ยงสูง เช่น อัฟริกันอเมริกัน, ละติน, อินเดียนแดง, ชนกลุ่มหมู่เกาะแปซิฟิก เป็นต้น

2. ผู้ที่ตรวจเลือดพบว่า A1c >5.7 หรืออยู่ในภาวะก่อนเบาหวาน ควรตรวจทุกปี

3. ผู้หญิงที่มีประวัติเป็นเบาหวานขณะตั้งครรภ์ (Gestational Diabetes) ควรเข้ารับการตรวจตลอดชีวิต อย่างน้อยทุก 3 ปี

4. สำหรับบุคคลอื่นๆ ควรได้รับการตรวจคัดกรองตั้งแต่อายุ 45 ปีเป็นต้นไป

5. ถ้าผลตรวจปกติ ควรจะตรวจคัดกรองอย่างน้อยทุก 3 ปี หรือขึ้นอยู่กับปัจจัยเสี่ยง และผลการตรวจครั้งแรก

จากเกณฑ์การตรวจคัดกรองเบาหวานนี้ จะเห็นว่า ยึดดัชนีมวลกายและปัจจัยเสี่ยง กับอายุ ที่มากกว่า 45 ปี เป็นหลัก ดัชนีมวลกายเป็นอัตราส่วนของน้ำหนักตัวต่อส่วนสูง คำนวณจากน้ำหนัก เป็นกิโลกรัม หารด้วยส่วนสูงเป็นเมตรยกกำลังสอง (หรือตารางเมตร) นั่นคือ 

ดัชนีมวลกาย (BMI)        =                 น้ำหนัก (กก.)/(สูง) x (สูง)(เมตร)

ในประเทศแถบตะวันตก ได้กำหนดดัชนีมวลกายของน้ำหนักคนปกติอยู่ที่ 18.5-24.9 กก./ตร.ม. ถ้าน้อยกว่า 18.5 ถือว่าน้ำหนักน้อยเกินไป ถ้าอยู่ระหว่าง 25-29.9 เรียกว่า น้ำหนักเกิน (Overweight) และถ้ามากกว่า 30 ขึ้นไป เรียกว่า อ้วน (Obesity) แต่คนเอเซีย ซึ่งมีโครงสร้างของรูปร่างเล็กกว่า ตัดค่าดัชนีมวลกายที่ 23 นั่นคือ น้ำหนักปกติดัชนีมวลกายอยู่ที่ 18.5-22.9 น้ำหนักเกิน 23-24.9 และอ้วน ดัชนีมวลกายมากกว่า 25 ขึ้นไป

ลองคำนวณดัชนีมวลกายของตัวเองดูครับว่าได้เท่าไหร่ และอยู่ในกลุ่มไหน ปัจจัยเสี่ยงที่จะพบ ร่วมได้บ่อยคือ ประวัติครอบครัวเป็นเบาหวาน ทุกคนที่มีประวัติครอบครัวเป็นเบาหวาน จัดอยู่ใน กลุ่มเสี่ยง ถ้ามีน้ำหนักเกินหรืออ้วนร่วมด้วย ก็มีโอกาสเป็นเบาหวานสูงขึ้น และเป็นข้อคำนึงที่ควรตรวจเบาหวาน

ปัจจัยที่อาจจะไม่ได้คาดคิด คือการไม่ออกกำลังกาย ถือเป็นปัจจัยเสี่ยงหนึ่งของการเกิดเบาหวาน นอกจากนั้น คนที่เป็นความดันโลหิตสูง และ/หรือ ไขมันในเลือดผิดปกติ (ตามเกณฑ์ข้างบน) ถึงแม้ เคยตรวจเลือดแล้วว่ายังไม่เป็นเบาหวานขณะนั้น ก็ไม่ควรประมาทหรือชะล่าใจ ควรต้องตรวจเบาหวานเป็นระยะๆ ด้วย เพราะมีโอกาสเป็นเบาหวานได้ระยะต่อมา เนื่องจากความดันโลหิตสูง ไขมันผิดปกติ และเบาหวานอยู่ในกลุ่มอาการของเมตะบอลิค ที่อาจจะมีพยาธิกำเนิดเดียวกัน ยิ่งสูง วัยขึ้น โอกาสเป็นเบาหวานก็สูงขึ้น

ภาวะก่อนเบาหวานและเบาหวาน เป็นปัจจัยเสี่ยงที่สำคัญต่อการเกิดโรคหัวใจ ในบางครั้ง พยาธิสภาพของหลอดเลือดหัวใจ รุนแรงจนเกิดเป็นโรคหัวใจขึ้น ก่อนการดำเนินโรคของเบาหวาน ทำให้พบคนไข้โรคหัวใจบางคน เป็นเบาหวานตามหลัง หรืออาจจะเป็นโรคหัวใจในขณะที่อยู่ใน ภาวะก่อนเบาหวานที่ตรวจไม่พบและดำเนินโรคเป็นเบาหวานในภายหลัง เพราะฉะนั้น คนที่เป็นโรคความดันโลหิตสูง ไขมันในเลือดผิดปกติ (ตามเกณฑ์ข้างบน) หรือโรคหัวใจ ไม่ว่าจะเป็นโรคเดียวโดดๆ หรือร่วมกันมากกว่า 1 โรค ควรจะตรวจคัดกรองเบาหวาน ทุกปี ถือเป็นการตรวจสุขภาพประจำปีไปในตัวด้วย เพราะถ้าเป็นเบาหวานร่วมด้วย คุณภาพชีวิต การพยากรณ์โรคจะเปลี่ยนไป